Breakout คือ

Breakout หน้าเทรดที่กำไรได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

โดย admin
0 ความเห็น

Breakout คือ Trade Setup  ที่ใช้ในขณะที่ราคามีการผ่านแนวต้านสำคัญขึ้นมาซึ่งอาจจะเป็นการเปลี่ยนแนวโน้มของราคาจากขาลงหรือ Sideway มาเป็นขาขึ้น ซึ่งอาจทำให้เราสามารถเข้าลงทุนได้ในระยะยาวจากการที่เป็นช่วงต้นของขาขึ้น แต่มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิด False Break ได้เช่นกัน

ทั่วไปแล้วการ Breakout จะมีแรงซื้อเข้ามามากกว่าปกติหรือเกิดแท่งเทียน Big White เนื่องจากต้องใช้แรงในการผ่านแนวต้านสำคัญขึ้นไป ทำให้มีโอกาสที่จะทำกำไรได้ในระยะสั้นและถือลงทุนได้ในช่วงต้นของขาขึ้น

โดยสาเหตุที่ทำให้ราคามีแนวโน้มจะเกิดการ Breakout อาจจะมาจากพื้นฐานของหุ้นหรือ Cryptocurrency เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ แต่ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นจากการที่มีข่าวเชิงบวกเข้ามา แล้วแต่ว่าข่าวนั้นจะมีอิทธิพลต่อราคามากหรือน้อยเพียงใด

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง : ทำไม “เทรดเดอร์” จึงเป็นอาชีพเสริมที่ทุกคนควรทำในยุคนี้

ทั่วไปแล้วการ Breakout จะมีแพทเทิร์นดังต่อไปนี้

1.เบรคเทรนด์ไลน์ขากด

เทรนด์ไลน์ขากดหรือ Neck Line คือการที่ตีเส้นเทรนด์ไลน์จากจุดสูงสุดเดิมไล่ลงมาจนถึงจุดต่ำสุดในรูปแบบของเส้นแนวเฉียง โดยตราบใดที่ราคายังไม่สามารถสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้และมีการทำจุดต่ำสุดใหม่ เส้นเทรนด์ไลน์ขกดจะยังกดทิศทางของราคาให้เป็นขาลงต่อเนื่อง

แต่ถ้าราคาเริ่มมีการไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่และมีการทะลุออกจากกรอบเทรนด์ไลน์ขากดออกไปได้และหากย่อตัวลงมาไม่หลุดกลับไปอยู่ใต้เทรนด์ไลน์อีกรอบจะถือว่าราคาเกิดการ Breakout และมีแนวโน้มสูงที่แนวโน้มจะหยุดการเป็นขาลงและเปลี่ยนเป็นขาขึ้น

ตัวอย่างของการ Breakout เทรนด์ไลน์ขากด จะเห็นว่าหลังจากที่ราคาทะลุผ่านเส้นเทรนด์ไลน์ออกมาได้มักจะมีการย่อตัวก่อนถึงจะมีการตั้งทรงของราคาจนกลับมาเป็นขาขึ้นได้ในที่สุด ซึ่งจะทำให้เราสามารถเข้าซื้อในช่วงเริ่มต้นของขาขึ้นรอบใหม่ได้

2.เบรคแนวต้านสำคัญ

หากราคามีการฟื้นตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดและต้องการที่จะพลิกกลับมาเป็นขาขึ้น ด่านแรกที่จะต้องผ่านให้ได้คือแนวต้านแรกที่จะเป็นการสร้างจุดสูงสุดใหม่และยกจุดต่ำสุดของราคาขึ้นตามทฤษฎี Dow หรือจะเป็นการผ่านแนวต้านที่เคยขึ้นไปทดสอบหลายครั้งแล้วไม่ผ่าน หากสามารถผ่านไปได้โมเมนตัมของราคาก็จะเป็นขาขึ้นได้ต่อเนื่อง

3.เบรคราคาที่เป็น All Time High

ราคาที่เป็นจุดสูงสุดเดิมตลอดกาล (All Time High) ถือเป็นระดับราคาที่มีนัยยะสำคัญเนื่องจากจะมีผู้ที่รอขายในบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าโมเมนตัมเป็นขาขึ้นจริงก็จะสามารถ Breakout ผ่านไปได้และจะทำให้แนวต้านดังกล่าวทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญแทน ถ้าหากราคาย่อตัวลงมาไม่หลุดจากแนวรับที่เคยเป็น All Time High โมเมนตัมจะเป็นขาขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็นการ Breakout รูปแบบไหน กลยุทธ์ที่ใช้ทำกำไรจะมีสองแบบคือเข้าซื้อในจังหวะที่มีวอลลุ่มซื้อขายเข้ามาเป็นจำนวนมากก่อนจะทะลุแนวต้านสำคัญหรือจะเข้าซื้อตอนที่ราคาสามารถผ่านแนวต้านขึ้นไปได้แล้วมีการย่อตัวลง ซึ่งการเข้าซื้อแบบแรกจะมีความเสี่ยงกว่าแบบที่สอง

ระวัง False Break

อย่างไรก็ตามหลังจากราคาเกิดการ Breakout ออกไปแล้ว แต่สุดท้ายย่อตัวลงมากลับมาอยู่ใต้เส้นเทรนด์ไลน์อีกครั้ง เราเรียกอาการนี้ว่าการเบรคหลอกหรือ False Break ซึ่งมักจะเกิดจากแรงซื้อที่เข้ามามีไม่พอต่อการพลิกกลับเป็นขาขึ้น โดยดูได้จากวอลลุ่มที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามราคา

จากภาพจะเห็นได้ว่าราคามีการทะลุกรอบชาแนลขาลงออกไปแต่สุดท้ายก็กลับลงมาอยู่ใต้ชาแนลอีกครั้ง หากเกิดแบบนี้ให้ตัดขาดทุนหรือขายออกไปก่อน เพราะมีโอกาสสูงที่แนวโน้มจะกลับไปเป็นขาลงอีกครั้งซึ่งจะทำให้พอร์ตเสียหายระยะยาว

ส่วนมากแล้ว False Break มักจะเกิดขึ้นในภาวะที่ตลาดไม่ได้เป็นภาวะกระทิงหรืออยู่ในตลาดหมีที่ซึมเซา เพราะช่วงที่ภาวะตลาดไม่ได้คึกคักมักจะไม่มีแรงซื้อที่มากพอจะดันราคาได้อย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าตลาดมีความคึกคักเวลาที่ราคา Breakout ไปแล้วมักจะไม่เกิด False Break

ถ้าไม่ได้ซื้อตอนที่ราคา Breakout จะทำอย่างไรต่อไป

สำหรับนักเทรดที่ต้องการทำกำไรในระยะสั้นอาจจะเฝ้าสังเกตุพฤติกรรมราคาที่มีโอกาสจะเกิดการ Breakout ไว้ และถ้าราคาเกิดการ Breakout ได้สำเร็จ อย่าเข้าไปไล่ราคาเพราะหากเกิดการ False Break อาจทำให้เสียหายจากการเทรดได้อย่างมาก

การเทรดที่ปลอดภัยคือรอให้ราคามีการย่อตัวลงมาแต่ไม่หลุดกลับลงไปใต้เส้นเทรนด์ไลน์หรือหลุดแนวรับสำคัญอีกครั้งจะเป็นโอกาสในการเข้าซื้อที่มีความเสี่ยงต่ำและมีอัพไซด์ที่สูงโดยสามารถถือต่อได้ในระยะยาวถ้าแนวโน้มเป็นขาขึ้นจริง

สรุปว่า Breakout คือ หน้าเทรดที่จะช่วยให้เราหาจุดเปลี่ยนของแนวโน้มราคาจากขาลงมาเป็นช่วงต้นของขาขึ้น ซึ่งจะทำให้เราสามารถทำกำไรได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว แต่ขณะเดียวกัน

ศึกษาหาความรู้เรื่องการลงทุนเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์นี้

0 ความเห็น
0

Related Posts