หลักทรัพย์บัวหลวง

หลักทรัพย์บัวหลวง แนะลงทุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฮ่องกง เวียดนาม รับเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว

โดย admin
0 ความเห็น

หลักทรัพย์บัวหลวง ปลื้มความสำเร็จ “บริการลงทุนต่างประเทศ” ได้รับการตอบรับจากลูกค้าดีเยี่ยมต่อเนื่อง                  หลังชูกลยุทธ์เน้นให้ข้อมูลอัปเดตการลงทุนต่างประเทศหลากหลายเป็นประจำทุกวัน และมีทีมงานมืออาชีพคอยประกบให้คำปรึกษาด้านการลงทุนกับลูกค้าต่อเนื่อง หนุนยอดเปิดบัญชีพุ่งกว่า 430% นับตั้งแต่เปิดบริการกลางปี 62              

 ชี้ภาพรวมการลงทุนต่างประเทศไตรมาสแรกปีนี้เป็น “บวก” พร้อมแนะกระจายลงทุนในสหรัฐฯ ฮ่องกง และเวียดนาม สัดส่วน 55% 30% และ 15% ตามลำดับ รับเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง : ตลาดหุ้นฮ่องกง แหล่งลงทุนหุ้นเทคโนโลยีแห่งยุค Next Normal

นายบรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการอาวุโส กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้รับความนิยมจากนักลงทุนไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐฯ ฮ่องกง และเวียดนาม โดยในปี 2563 สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างดี   หลังดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ, ดัชนี CSI300 ตลาดหุ้นจีน และดัชนี VN30 ตลาดหุ้นเวียดนาม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 15%, 34% และ 14% ตามลำดับ ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยติดลบ 9% 

ปัจจุบันหลักทรัพย์บัวหลวง เปิดธุรกิจบริการลงทุนต่างประเทศ BLS Global Investing ด้วยกันทั้งหมดใน            3 ประเทศ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้า หลังนักลงทุนเริ่มมองหาโอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง สะท้อนได้จากตัวเลขเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศ และมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM)  นับตั้งแต่หลักทรัพย์บัวหลวงเปิดให้บริการในเดือนพ.ค.2562 ที่เติบโตกว่า 430% และ 1,400% ตามลำดับ (ตัวเลข ณ วันที่ 3 ก.พ. 2564)  

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จมาจากเรามุ่งมั่นพัฒนาข้อมูล บริการ และนวัตกรรมต่าง ๆ        เพื่อช่วยให้การลงทุนหุ้นต่างประเทศเป็นเรื่องสะดวกและง่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น 1. Research ด้านการลงทุนต่างประเทศที่หลากหลายและอัปเดตรายวัน เช่น รายงาน Global Investing Brief, Global Weekly Update, Global Model Portfolio เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าของเราไม่พลาดทุกสถานการณ์การลงทุน ปัจจุบันบริษัทเป็นพันธมิตรด้านวิจัยกับ Morgan Stanley สถาบันการเงินระดับโลก ทำให้สามารถเสิร์ฟข้อมูลด้านการลงทุนต่างประเทศที่มีความแม่นยำได้อย่างสม่ำเสมอ

2.รายงาน “Bualuang iTracker” ตัวช่วยวิเคราะห์ และวัดผลการลงทุนฉับไว 3.ระบบซื้อขายทันสมัย “Global Invest” ที่มีนวัตกรรมตอบโจทย์การซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่เปิดในช่วงเวลากลางคืนของไทย 4.“Global Signals” เครื่องมือช่วยจับสัญญาณเทคนิคหุ้นต่างประเทศ ปัจจุบันมีลูกค้าสนใจใช้บริการจำนวนมาก 

5.บริการแจ้งเตือนข้อมูลสิทธิประโยชน์ในหลักทรัพย์ต่างประเทศที่ท่านถือครองทั้งในตลาดสหรัฐฯ ฮ่องกง และเวียดนาม ผ่านทาง E-mail และ SMS เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทต่าง ๆ ได้ทันเหตุการณ์ ซึ่งปัจจุบันบริการดังกล่าวมีที่หลักทรัพย์บัวหลวงเพียงแห่งเดียว และ 6.โปรโมชั่นฟรีค่าธรรมเนียมโอนเงินไปต่างประเทศ  ทุกวันอังคาร และ วันพุธ จากปกติ 1,000 บาทต่อครั้งต่อสกุลเงิน เพื่อให้ลูกค้า BLS Global Investing โอนเงินง่าย สะดวก ด้วยปลายนิ้ว   ผ่านมือถือ ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าธรรมเนียมได้สูงสุดถึง 3,000 บาท ต่อวัน (กรณีโอนเงินไปต่างประเทศทุกวันอังคารหรือพุธ พร้อมกัน 3 สกุลเงิน) เป็นต้น 

“เรามีทีมงานมืออาชีพด้านการลงทุนต่างประเทศที่มีประสบการณ์ในตลาดทุนกว่า 10 ปี นำโดย คุณรัฐศรัณย์  ธนไพศาลกิจ และยังมีผู้แนะนำด้านการลงทุนอีกจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วประเทศที่จะคอยประกบลูกค้า เพื่อให้คำปรึกษาด้านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญยังมีการจัดสัมมนาสุดพิเศษในรูปแบบออนไลน์ เพื่อให้ข้อมูลอัปเดตด้านการลงทุนต่างประเทศกับลูกค้าเป็นประจำทุกเดือนอีกด้วย” นายบรรณรงค์ กล่าว  

นายรัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ หัวหน้าฝ่ายหลักทรัพย์ต่างประเทศและฟิวเจอร์ส หลักทรัพย์บัวหลวง เปิดเผยถึงภาพรวมการลงทุนหุ้นต่างประเทศ ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2564 ว่า ยังคงมีมุมมอง “บวก” เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงฟื้นตัว นำโดยประเทศสหรัฐฯ โดย IMF ปรับคาดการณ์ตัวเลข GDP สหรัฐฯ ในปี 2564 จากเติบโต 3.1% เป็น 5.1% และจีนที่คาดจะโต 8.1% ขณะที่ปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยเหลือ 2.7% จากเดิม 4% ส่งผลให้การลงทุนต่างประเทศยังคงน่าสนใจ 

โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ที่คาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนในดัชนี S&P500 อาจฟื้นตัวราว 22% ถึงแม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นมาแล้วระดับหนึ่ง แต่ยังคงมีโมเมนตัมไปต่อได้ จากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของธนาคารสหรัฐฯ ทั้งอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำใกล้ศูนย์ และมาตรการ QE ที่น่าจะดำเนินต่อในปีนี้ รวมถึงแผนกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ของ “โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ผ่านสภาล่างและสภาบนแล้ว ปัจจัยดังกล่าวจะทำให้การลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงมีความน่าสนใจ

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฮ่องกง และเวียดนาม แนะนำกระจายการลงทุนในสัดส่วน 55% 30% และ15% ตามลำดับ โดยหุ้นแนะนำในตลาดหุ้นสหรัฐฯ นอกจากหุ้นเทคฯ ใหญ่ที่คุ้นเคยดี ยังมีหุ้นนอกสายตาที่น่าสนใจ เช่น หุ้น Walt Disney Co. (DIS) ที่มีธุรกิจ Disney Plus บริการสตรีมมิ่งความบันเทิงในรูปแบบภาพยนตร์ ซีรีส์ และรายการโทรทัศน์ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างมาก ในช่วงที่ทุกคนต้อง Work from Home หรือ                      หุ้น Caterpillar (CAT) บริษัทผู้ออกแบบและผลิตเครื่องจักรก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่นำเทคโนโลยีรถไร้คนขับมาใช้ในเหมือง ถือว่าเป็นบริษัทที่นำเทคโนโลยีมาผสานธุรกิจแบบเดิมได้ดี 

ส่วนตลาดหุ้นฮ่องกง แนะหุ้นตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX) ซึ่งได้ประโยชน์จากปริมาณการซื้อขายของ         นักลงทุนจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนตลาดหุ้นเวียดนาม แนะลงทุนผ่าน DR “E1VFVN3001” โดยได้รับอานิสงส์จาก GDP ในปี 2564 ที่อาจเติบโต 6.8% รวมถึงรัฐบาลที่บริหารจัดการโควิด -19 ได้ดี

บทความที่เกี่ยวข้อง : รีวิว Interactive Brokers โบรกเทรดหุ้นต่างประเทศที่ดีที่สุด

0 ความเห็น
0

Related Posts