TFEX

3 กูรูแนะกลยุทธ์เทรดตลาด TFEX พร้อมสร้างกำไรด้วย Futures และ Options

โดย admin
0 ความเห็น

ปี 2021 แม้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกน่าจะมีทิศทางที่ดีกว่าปีที่ผ่านมา แต่สถานการณ์ COVID-19 ยังเป็นความท้าทายที่คงอยู่ และภาวะตลาดน่าจะยังเต็มไปด้วยความผันผวน ดังนั้น การหากลยุทธ์สร้างกำไรจากสินค้าในตลาด TFEX จึงเป็นโอกาสที่น่าสนใจ วันนี้เราได้รวบรวม 3 มุมมองของกูรูในตลาด TFEX เพื่อเป็นไอเดียเทรดให้นักลงทุนสามารถก้าวผ่านความท้าทายที่จะเกิดขึ้นมาให้แล้ว 

 เริ่มต้นที่สินค้า SET50 Futures กับธีรศักดิ์  ธนวรากุล  รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์  บล.ซีจีเอสซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) มองว่า ตลาดหุ้นไทยตอนนี้อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ในระยะสั้นดัชนี SET อาจแตะ 1,600 จุดได้ แต่มีความเสี่ยงที่จะพักตัว ในช่วงการเปลี่ยนผ่านอำนาจของประธานาธิบดีสหรัฐ จากโดนัล ทรัมป์ มาเป็น โจ ไบเดน ที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนของการตลาดในรอบนี้ โดยดัชนี SET หลังจากนี้ในระยะกลางถึงระยะยาวยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น และมีเป้าหมายแถวๆ 1,620-1,650 จุด โดยแนวรับสำคัญคือ 1,480 จุด 

สำหรับกลยุทธ์การเทรด SET50 Futures นั้น แนะนำให้นักลงทุน เปิดสถานะขายหรือ Short S50H21 ที่ 970 – 978 จุด แนวรับ 880 – 890 จุด หรือถ้าใครอยากซื้อขายหุ้นเป็นรายตัว แนะนำทำ Block Trade ใน Stock Futures ที่อ้างอิงกับหุ้นอย่าง SUPER โดยสามารถเปิดสถานะซื้อหรือ Long ได้ ที่แนวรับ 1.03 – 1.02 บาท รวมถึง STPI Futures และ TVO Futures ก็สามารถเปิด Long ได้เช่นกัน 

ส่วนกลยุทธ์ในการเทรด SET50 Options นั้น เริ่มจากกลยุทธ์ที่ 1 หากรับความเสี่ยงได้สูง แนะนำให้ Short Put ที่ 975 จุด และ Short Call ที่ 925 จุด จะมีกรอบให้แกว่ง 100 จุด แต่ต้องระวังเพราะหากผิดทางอาจขาดทุนไม่จำกัด กลยุทธ์ที่ 2 เป็นเทคนิค เสีย 2 ส่วน ได้ 3 ส่วน คือ Short Put ที่ 925 จุด และ Long Put ที่ 950 จุด จุดคุ้มทุนอยู่ที่ 940 จุด และ กลยุทธ์ที่ 3 คือ Bear Call  โดยการเปิดสถานะ Short Call ที่ 925 จุด และ Long Call ที่ 950 จุด  หรือจะทำกลยุทธ์ที่ 2 และ 3 พร้อมกัน แต่อาจจะใช้เงินทุนมากหน่อย 

บทความที่เกี่ยวข้อง : ทำความรู้จัก “ ตราสารอนุพันธ์” เบื้องต้นแบบเข้าใจง่าย

ข้ามมาที่ฝั่งของทองคำ ปีที่แล้วก็ถือว่าเป็น Golden Time และปีนี้น่าจะดีต่อเนื่อง วรุต  รุ่งขำ  ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์  . วายแอลจีบูลเลี่ยนแอนด์ฟิวเจอร์ส  ให้กลยุทธ์การลงทุนในทองคำ โดยมองว่าทิศทางยังเป็นขาขึ้นทั้งในระยะกลางและยาว ปัจจัยที่สนับสนุนคือ อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ธนาคารกลางสหรัฐหรือ FED ยังส่งสัญญาณตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายระดับต่ำต่อไปอีก 2 ปี จนกว่าการจ้างงานจะฟื้นตัวเต็มที่ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่ไม่เกิน 2% และการอัดฉีดเงินเข้าระบบเต็มที่แบบ Unlimited นอกจากนั้น สหรัฐยังดำเนินนโยบายให้จีนเป็นศัตรู ส่งผลให้จีนกับรัสเซียเก็บทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้นไปด้วย ซึ่งน่าจะส่งผลบวกให้ทองคำเป็นสินทรัพย์ตัวหนึ่งที่ได้รับความนิยมต่อไป   

  มุมมองด้านเทคนิค ราคาทองคำมีลักษณะยก Low มาตลอด และในปีนี้คาดว่าจะมีแนวรับที่ 1,764 ดอลลาร์ หากคิดเป็นเงินบาทไทยจะอยู่ที่ประมาณ 25,200 บาท และที่ระดับ 1,640  ดอลลาร์ หรือ 23,400 บาท สำหรับแนวต้านอยู่ที่ 1,958 ดอลลาร์ หรือ 27,900 บาท และ 2,075 ดอลลาร์ หรือ 29,600 บาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ และอาจทะลุไปได้ถึง 2,200 ดอลลาร์ หรือ 31,300 บาท เลยทีเดียว  

สำหรับโลหะเงิน หรือ Silver แม้ปีที่ผ่านมาจะให้ผลตอบแทนดีกว่าทองคำ แต่กราฟของราคา Silver ย้อนหลัง 10 ปี มีการอ่อนตัวลงมาก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและมีการปรับฐานลง โดยในปีนี้คาดว่าจะมีแนวรับ อยู่แถวๆ 21.50 ดอลลาร์ และ 19.00 ดอลลาร์ แนวต้านอยู่ที่ 27.90 ดอลลาร์ 30.90 ดอลลาร์ และ 32.90 ดอลลาร์ 

ส่วนค่าเงินบาท ยังมีทิศทางที่แข็งค่า โดยระดับต่ำสุดของค่าเงินบาทในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คือ 29.75 บาทต่อดอลลาร์ แต่ด้วยสถานการณ์ของประเทศไทยที่แข็งแกร่งมาก เชื่อว่าจะยังส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อ สำหรับระยะสั้น ถ้าทำ Low ต่ำลงไปอีก คือ 29.20 บาท แนวถัดไปอยู่ที่ 28.55 บาท และแนวรับสุดท้ายอยู่ที่ 27.80 บาท ส่วนแนวต้าน คาดว่าจะอยู่ที่ 31.00 บาท แนวถัดไป 31.90 บาท และแนวต้านสุดท้ายอยู่ที่ 32.75 บาท  

ปิดท้ายด้วยสินค้าน้องใหม่ในตลาด TFEX “Japanese Rubber Futures” (JRF) กับกูรู ภานุวัฒน์  เพ็ชยมาตร  ผู้อำนวยการฝ่ายค้าหลักทรัพย์ 2  บล. ฟิลลิป (ประเทศไทย) ให้มุมมองว่า JRF เป็นสินค้าที่อ้างอิงกับราคายางพาราล่วงหน้าในตลาด TOCOM ของประเทศญี่ปุ่น โดยในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา ราคาปรับเพิ่มขึ้นและได้รับผลดีจากสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งในปีนี้มองว่า ยางพารายังคงโดดเด่นเช่นเดิม จากความต้องการผลิตยางรถยนต์ที่ยังเพิ่มได้อยู่ และคาดการณ์ว่ายางพาราจะเป็นขาขึ้นไปอีก 1-2 ปีตามภาวะเศรษฐกิจโลก  เมื่อดูปัจจัยทางเทคนิคยางพาราก็ยิ่งน่าสนใจ โดยเฉพาะแนวต้านที่ระดับ 250 เยน ก็น่าจะถึงได้ไม่ยาก 

>> รับชมย้อนหลังและ Download เอกสารการสัมมนาได้ฟรีที่ https://setga.page.link/ga4HKuGyWirFdzor8

0 ความเห็น
0

Related Posts