ลงทุนหุ้นต่างประเทศ

ลงทุนหุ้นต่างประเทศ 101 ตอบทุกข้อสงสัยสำหรับผู้สนใจลงทุนในกิจการระดับโลก

โดย admin
0 ความเห็น

ลงทุนหุ้นต่างประเทศ โอกาสสร้างผลตอบแทนไม่มีขีดจำกัด การลงทุนในปัจจุบันเข้าสู่ความเป็น Global อย่างเต็มตัวโดยคนไทยสามารถที่จะขยับขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศได้อย่างสะดวกมากขึ้นไม่ว่าจะลงทุนทางอ้อมผ่านกองทุนรวม FIF หรือการลงทุนทางตรงด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะสร้างผลตอบแทนให้กับตัวเองโดยไม่จำกัดอยู่แต่ในเฉพาะหุ้นไทยเท่านั้น

อย่างไรก็ตามยังอาจมีบางคนมองว่าการ ลงทุนหุ้นต่างประเทศ เป็นเรื่องที่เข้าใจยากและไกลตัว บทความนี้จะช่วยตอบข้อสงสัยทั้งหมดให้เพื่อเป็นแนวทางให้ทุกคนลองเปิดโอกาสให้กับตัวเองในการขยายกรอบการลงทุนของตัวเอง

เราสัมผัสกับบริษัทต่างประเทศตั้งแต่ตื่นจนถึงเข้านอน

หลายคนมักตั้งคำถามว่าการ ลงทุนหุ้นต่างประเทศ ดูจะเป็นเรื่องที่ไกลตัวเราเกินไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราใช้สินค้าและบริการของบริษัทต่างประเทศตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอนทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว 

ทุกวันนี้เวลาเราตื่นนอนก็ต้องหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู Facebook ก่อนเป็นอันดับแรก เวลาสั่งซื้อของออนไลน์ก็ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba หรือ SEA Group ก่อนนอนเราก็อาจจะดูซีรี่ยส์ผ่าน Netflix 

หมายความว่าชีวิตของเราล้วนแล้วแต่คุ้นเคยกับสินค้าและบริการของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกพวกนี้อยู่แล้วและน่าจะเห็นศักยภาพว่ามีจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกมหาศาล ทำไมเราไม่ลองหันมาลงทุนในกิจการพวกนี้ดูบ้าง

ตลาดหุ้นต่างประเทศมีบริษัทที่ใหญ่กว่าประเทศไทยจำนวนมาก

ในตลาดหุ้นไทยตอนนี้มีหุ้นให้เลือกลงทุนนับพันบริษัท แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นธุรกิจที่อยู่ใน Old Economy อย่างกลุ่มพลังงานฟอสซิล ธนาคารดั้งเดิม ค้าปลีกแบบดั้งเดิม ฯลฯ แต่ในขณะที่ตลาดหุ้นต่างประเทศมีกิจการที่มีขนาดใหญ่กว่าบริษัทที่เรารับรู้กันว่าใหญ่ในประเทศไทย

อย่างเช่นหุ้น APPLE เพียงตัวเดียวก็มีมูลค่าที่มากกว่าตลาดหุ้นไทยทั้งตลาดแล้ว นอกจากนี้ยังมีธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตในอนาคตซึ่งประเทศไทยยังไม่มีเช่น ไบโอเทคโนโลยี โกลบอลอีคอมเมิร์ซ ฯลฯ

เท่ากับว่าตลาดหุ้นต่างประเทศมีทั้งบริษัทที่มีขนาดใหญ่และมีแนวโน้มการเติบโตมากกว่าตลาดหุ้นไทยจึงเป็นโอกาสในการ ลงทุนหุ้นต่างประเทศ

เปรียบเทียบกับบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศสหรัฐฯ ที่มีกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ 5 แห่ง หรือที่เรียกว่า FAANG
อันประกอบด้วย Facebook, Amazon, Apple, Netflix และ Google (หรือ Alphabet ในปัจจุบัน) เป็นแกนกลาง  ทั้งนี้ สัดส่วนของบริษัทในตลาดหุ้นไทยที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาเทคโนโลยีและสารสนเทศ (Tech stock) มีมูลค่าอยู่ที่เพียง 3% ของทั้งตลาด ซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่น ๆ ในเอเชีย โดยเฉพาะไต้หวันที่มีสัดส่วนสูงถึงกว่า 50% ของตลาดหุ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง : KKP Research เผยตลาดหุ้นไทยยังติดหล่ม Old Economy ยังขาดบริษัทเทคโนโลยี

เราจะศึกษาข้อมูลและติดตามข่าวหุ้นต่างประเทศได้จากแหล่งไหนบ้าง

ต้องถือว่าในยุคนี้โชคดีที่สื่อออนไลน์จำนวนมากต่างมีคอนเทนท์เกี่ยวกับบริษัทในต่างประเทศมากมายโดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีรวมถึงคอร์ปอเรทขนาดใหญ่จึงไม่น่าเป็นปัญหาในการติดตามข่าวสาร

ส่วนข้อมูลด้านการลงทุนนอกเหนือจากโบรกเกอร์ในประเทศไทยที่มีบริการซื้อขายตลาดหุ้นต่างประเทศซึ่งจะมีบทวิเคราะห์ให้อย่างต่อเนื่องแล้วยังมีเวบไซต์ในต่างประเทศ อย่างเช่น www.investing.com ซึ่งอัพเดตข่าวที่เร็วและครอบคลุมทุกตลาดและสินค้า ส่วนกราฟเทคนิคก็สามารถใช้งานเวบไซต์ www.tradingview.com ซึ่งครอบคลุมตลาดหุ้นหลักของโลกเช่นกัน

สรุปก็คือข้อมูลข่าวสารของตลาดหุ้นทั่วโลกบนออนไลน์มีให้เลือกอ่านมากมายและเพียงพอสำหรับการตัดสินใจลงทุนไม่แพ้ตลาดหุ้นไทย

ลงทุนหุ้นต่างประเทศ

ตลาดหุ้นประเทศใดบ้างที่น่าลงทุน

หลักๆแล้วตลาดหุ้นต่างประเทศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือตลาดหุ้นสหรัฐฯ เนื่องจากเป็นตลาดหุ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและมีบริษัทที่คนไทยคุ้นเคยลิสต์อยุ่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น Facebook,Google (ใช้ชื่อว่า Alphabet) หรือ Netflix 

ตลาดหุ้นสหรัฐฯจะประกอบไปด้วยสองตลาดหลักคือ ตลาดหุ้นนิวยอร์ค ซึ่งจะมีทั้งดัชนี Dow Jones และ S&P500 ที่คนไทยคุ้นเคย นอกจากนี้ยังมีตลาด NASDAQ ซึ่งเป็นตลาดของบริษัททางด้านเทคโนโลยี โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯจะเริ่มเปิดตลาดประมาณ 2 ทุ่มประเทศไทยและปิดตลาดเวลาตี 3 ประเทศไทย

นอกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯยังมีอีกหนึ่งตลาดที่กำลังเติบโตอย่างตลาดหุ้นจีนและฮ่องกง ซึ่งมีหลายกิจการที่มีแนวโน้มเติบโตตามเศรษฐกิจของจีนรวมถึงบริษัททางด้านเทคโนโลยีหลายบริษัทของจีนอย่างเช่น ANT Group เจ้าของแพลตฟอร์ม Alipay ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Alibaba ซึ่งกำลังเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และฮ่องกง

ตลาดหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจก็อย่างเช่นตลาดหุ้นญี่ปุ่น ตลาดหุ้นสิงคโปร์ รวมถึงตลาดหุ้นในยุโรป ที่มีกิจการที่เรารู้จักมากมายเช่น UNIQLO แบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำของญี่ปุ่น THBEV หรือหุ้นเบียร์ช้างของไทยที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดสิงคโปร์ หรือหุ้นบริษัมหลุยส์วิตอง ผู้ผลิตสินค้าแบรนด์เนมระดับโลกที่จดทะเบียนอยู่ที่ฝรั่งเศส 

เห็นได้ว่าตลาดหุ้นอื่นๆทั่วโลกล้วนแล้วแต่มีหุ้นที่เป็นเจ้าของแบรนด์ที่เรารู้จักมากมายซึ่งเรามั่นใจได้ว่าเป็นกิจการที่มีคุณภาพแน่นอน

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง : ตลาดหุ้นจีน โอกาสการลงทุนหรือฟองสบู่ที่กลับมาอีกครั้ง?

นอกจากหุ้นแล้วยังมีสินค้าประเภทใดอีกบ้าง

นอกจากเราสามารถเลือกลงทุนหุ้นรายตัวในตลาดต่างประเทศได้แล้วยังมีโปรดักต์อื่นๆที่เราสามารถลงทุนได้เช่นกัน อย่าง ETF ซึ่งเป็นกองทุนที่รวมหุ้นที่มีรูปแบบธุรกิจเดียวกันมารวมอยู่ด้วยกันเพื่อเป็นทางเลือกให้นักลงทุนไม่จำเป็นต้องลงทุนเป็นรายตัวอีกต่อไปและยังเป็นการช่วยกระจายความเสี่ยงอีกด้วย 

ตลาดหุ้นจีน

เช่นหากสนใจหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีก็ไปลงทุนใน ETF ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นเทคโนโลยี หรืออยากจะลงทุนหุ้นในฮ่องกงก็สามารถลงทุนใน ETF ตลาดฮ่องกงได้เช่นกัน 

นอกจากนี้ยังสามารถซื้อขายพันธบัตรหรือ Bond ของประเทศต่างๆหรือหุ้นกู้ หรือแม้แต่ กองทุนรวม และ Structor Warrant (คล้ายกับ DW ของบ้านเราคือเป็นตราสารที่มี Leverage ในตัวเอง) หากเราลงทุนในตลาดหรือโบรกเกอร์ขนาดใหญ่จะมีสภาพคล่องซื้อขายที่สูงและมีสินค้าให้เลือกลงทุนจำนวนมาก

บทความที่เกี่ยวข้อง : ทำความรู้จักผลิตภัณฑ์การลงทุนต่างประเทศ

สิทธิต่างๆจากการลงทุนเหมือนกับหุ้นไทยหรือไม่ 

หากเราถือหุ้นที่อยู่ในต่างประเทศ เราจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆเช่นเดียวกับการถือหุ้นไทย ไม่ว่าจะเป็นการประชุมผู้ถือหุ้น (หากต้องการจะไปด้วยตัวเอง) การรับเงินปันผล เป็นต้น 

การนำเงินเข้าออกนอกประเทศมีความยุ่งมากหรือไม่

ปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้นำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศอย่างถูกต้องคามกฎหมายมากขึ้นเพื่อที่จะไม่ให้เงินบาทแข็งค่ามากเกินไป ปัจจุบันคนไทยสามารถนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศได้ไม่เกินคนละ 2 แสนดอลลาร์ต่อปีหรือประมาณ 6 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นจำนวนที่มากพอสำหรับการเริ่มต้นลงทุนในต่างประเทศ

หรือหากต้องการลงทุนในจำนวนเงินที่สูงกว่านั้นก็สามารถยื่นเรื่องขออนุญาตกับทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้เช่นกัน ส่วนการนำเงินเข้าก็สามารถทำได้ไม่มีปัญหายุ่งยาก เรียกได้ว่าประเด็นนี้ไม่มีข้อจำกัดแต่อย่างไร

ต้องใช้เงินจำนวนมากแค่ไหน

ในอดีตการลงทุนตลาดต่างประเทศอาจจะต้องใช้เงินที่ค่อนข้างเยอะแต่ปัจจุบันสามารถใช้เงินจำนวนไม่มากก็สามารถเปิดพอร์ตได้ โดยเริ่มตั้งแต่ 100,000 บาท เป็นต้นไปก็สามารถเปิดพอร์ตได้แล้ว 

จะลงทุนตลาดหุ้นต่างประเทศผ่านช่องทางใดได้บ้าง

ปัจจุบันมีโบรกเกอร์ไทยหลายแห่งที่เปิดให้สามารถซื้อขายหุ้นในต่างประเทศได้แล้วซึ่งส่วนใหญ่จะครอบคลุมตลาดหุ้นหลักๆอยู่แล้วแม้จะมีข้อเสียที่ค่าธรรมเนียมการซื้อขายจะอยู่ในระดับสูงพอสมควร แต่ก็มีทางเลือกอื่นถ้าหากต้องการจะเปิดพอร์ตกับโบรกเกอร์ต่างประเทศได้เช่นกัน

โบรกเกอร์ที่สามารถซื้อขายตลาดหุ้นได้ทั่วโลกซึ่งเป็นที่นิยมมากที่สุดก็คือ Interactive Broker ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค มีจุดเด่นที่เป็น Prime Broker ที่มีสินค้าให้เลือกลงทุนและจำนวนตลาดหุ้นที่หลากหลายและมีค่าคอมมิชชั่นในการเทรดที่ต่ำมาก

แต่สำหรับผู้ที่มีเงินน้อยก็สามารถทดลองซื้อขายหุ้นต่างประเทศได้ผ่านทาง Etoro ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ซื้อขายหุ้นต่างประเทศในรูปแบบของ CFD ซึ่งใช้เงินจำนวนไม่มากก็สามารถลงทุนได้

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะ ลงทุนหุ้นต่างประเทศ หรือหุ้นไทยต่างมีทั้งโอกาสและความเสี่ยงเสมอ ผู้ลงทุนต้องศึกษาให้รอบด้านก่อนตัดสินใจลงทุน

บทความที่เกี่ยวข้อง : ลงทุนต่างประเทศ โอกาสที่มากกว่าจำกัดตัวเองแค่หุ้นไทย

0 ความเห็น
0

Related Posts