หุ้นไอพีโอ

10 เคล็ดลับเดย์เทรดหุ้นไอพีโอ

โดย admin
0 ความเห็น

หุ้นไอพีโอ มักมีความผันผวนสูงในวันแรกที่เข้าซื้อขาย บ่อยครั้งที่อารมณ์อยู่เหนือพื้นฐาน กลายเป็นที่ต้องตาของบรรดาเซียนเก็งกำไรเดย์เทรดที่จะหาจังหวะชิงไหวชิงพริบเพื่อสร้างกำไรแบบสายฟ้าแล่บ

เสน่ห์ของหุ้นที่เข้าซื้อขายวันแรกคือ โอกาสการบวกแรงอย่างน่าตกใจโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดเพดานการปรับขึ้นของราคาไว้สูงถึง 200% จากราคาจอง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่หาจังหวะเข้าซื้อในเกมเร็วอันแสนยั่วยวนนี้โดยไร้ความเสี่ยงต่อการขาดทุนหนัก

อย่างไรก็ตามมีเคล็ดลับ 10 ประการที่ควรทราบเพื่อการเข้าเก็งกำไร หุ้นไอพีโอที่เพิ่งเข้าเทรดวันแรกได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้นดังนี้

1. ใครที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและแกนนำจัดจำหน่ายหุ้น

 ชื่อเสียงของที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดจำหน่ายหุ้นมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนเสมอมา ซึ่งในแต่ละรายก็มีแนวทางการวางกลยุทธ์ให้หุ้นน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเทรดต่างกันไป ดังนั้นหากรู้ว่าใครเป็นผู้กำหนดแผนเหล่านี้แล้ว การทำนายพฤติกรรมราคาในวันแรกก็ย่อมง่ายขึ้น

2. ประวัติผู้ถือหุ้นใหญ่

 ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ประวัติดีไม่เคยมีคำครหาพัวพันกับการปั่นหุ้น นักลงทุนย่อมให้ความเชื่อถือมากกว่า แต่ในบางครั้งการมีชื่อของนักลงทุนรายใหญ่ทั้งหลายในวงการ เข้ามาซื้อหุ้นไอพีโอด้วย ก็กลับทำให้หุ้นได้รับความสนใจจากนักเก็งกำไรมากขึ้นกว่าปกติ และส่งผลให้ราคาอาจมีความผันผวนมากขึ้นตาม

3. มี Greenshoe หรือไม่

Greenshoe Option อธิบายย่อๆ คือการขายหุ้นเกินจำนวน โดยส่วนที่เกินได้จากการยืมมา ผู้จัดจำหน่ายจะเอามาใช้บริหารกลไกราคาหุ้นนั่นเอง ซึ่งในทางทฤษฎีมันจะทำให้ราคาหุ้นมีเสถียรภาพมากขึ้น โอกาสหลุดจองน้อยลง

แต่ในทางปฏิบัติการที่ไอพีโอมีออกขายหุ้นแบบ Greenshoe จำนวนมากย่อมหมายถึงความวิตกกว่าหุ้นจะปรับลงแรงถ้าไม่เข้าแทรกแทรง อีกทั้งตามสถิติที่ผ่านมาหุ้นส่วนใหญ่ที่มี Greenshoe มาก ก็ไม่ได้มีผลงานในกระดานน่าประทับใจสักเท่าไหร่

สำหรับความหมายเต็มอันยาวเหยียดของ Greenshoe Option คือการที่ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์เสนอขายหลักทรัพย์แก่ประชาชนในจำนวนที่มากกว่าบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์เสนอขายอยู่จำนวนหนึ่ง โดยผู้จัดจำหน่ายจะไปทำ option กับบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ เพื่อออกหุ้นส่วนที่ผู้จัดจำหน่ายขายเกินในกรณีหลักทรัพย์ที่จัดจำหน่ายเมื่อเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ มีราคาตลาดสูงกว่าราคาเสนอขาย 

ในกรณีที่หลักทรัพย์ดังกล่าวเมื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้วมีราคาต่ำกว่าราคาเสนอขาย ผู้จัดจำหน่ายจะเข้าไปซื้อหลักทรัพย์ในจำนวนที่เกินดังกล่าวในตลาดหลักทรัพย์ วิธีดังกล่าวช่วยป้องกันไม่ให้ ราคาตลาดของหลักทรัพย์ที่เสนอขายในช่วงระยะเวลาแรกที่เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์มีความผันผวนมาก

4.มีกองทุนเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ 

การถือหุ้นของกองทุนถือเป็นดาบสองคม ในกรณีที่กองทุนถือหุ้นเพราะต้องการลงทุนระยะยาวย่อมทำให้ราคาหุ้นที่เข้าเทรดในวันแรกดูน่าเชื่อถือขึ้น  แต่ในอีกกรณีคือกองทุนที่ร่วมลงทุนมาตั้งแต่ก่อนระดมทุนและมีนโยบายชัดเจนที่จะทำกำไรจากการลงทุน ความเสี่ยงย่อมมีสูง

ทว่ามีประเด็นที่ต้องระวังคือ กองทุนจะไม่นิยมถือหุ้นถ้าราคาปรับขึ้นเกินพื้นฐานไปมาก ดังนั้นทันทีที่ราคาแรงเกินพื้นฐานก็อาจมีแรงเทขายสวนก้อนโตออกมาได้ทันที

5.เข้าใจพื้นฐานกิจการ

กิจการที่มีโอกาสเติบโต ย่อมดีกว่ากิจการที่ขาดทุนหรือกำลังเข้าสู่ขาลงแล้วขายหุ้นเข้ามาเพื่อกอบกู้สถาณการณ์ ธุรกิจที่มีหนี้สินต่ำ (ยกเว้นธุรกิจสินเชื่อ และธุรกิจซื้อมาขายไปที่ต้องไปดูรายละเอียดของหนี้สิน) ย่อมปลอดภัยกว่าการมีหนี้สินพอกพูน

  ยิ่งไอพีโอมีพื้นฐานดีนักลงทุนยิ่งอยากได้ ซึ่งจะช่วยการันตีว่าแรงเทขายสวนเมื่อหุ้นขึ้นสูงจะน้อยลง

6.มูลค่าระดมทุนและจำนวนหุ้นในกระดาน 

โดยปกติแล้วหุ้นที่มีการระดมทุนด้วยจำนวนเงินมากๆ และมีจำนวนหุ้นเยอะจนเกิดการกระจายหุ้นออกไปในวงกว้าง มักจะทำให้การควบคุมราคาทำได้ยากมาก 

 จากสถิติของ หุ้นไอพีโอ ในตลาดหุ้นไทยพบว่า หุ้นที่มีการระดมทุนด้วยมูลค่าต่ำกว่า 500 ล้านบาท มักจะปรับขึ้นได้รวดเร็วกว่าหุ้นที่ระดมทุนสูง

อีกประการหนึ่งที่ต้องคำนึงคือจำนวนหุ้นที่หมุนเวียนในกระดานถ้ามีคนถือครองจำนวนน้อยการควบคุมราคาก็จะทำได้ง่ายกว่าการมีหุ้นออกมาหมุนเวียนจำนวนมาก (จำนวนหุ้นนี้หมายถึงหุ้นที่ผู้ถือครองมีสิทธิขายในวันแรก ไม่ได้หมายถึงยอดรวมการซื้อขายต่อวัน)

7.ราคาขาย(จอง) ไอพีโอ

ในอุดมคติของนักเก็งกำไรรายย่อย มักให้ความสนใจหุ้นที่มีราคาต่อหน่วยต่ำมากกว่าราคาต่อหน่วยสูง หุ้นที่ราคาจองต่ำกว่า 1 บาท จะเป็นที่นิยมมากที่สุด และมักเปิดได้แรงกว่าหุ้นที่มีราคามากกว่า ส่วนอีกช่วงราคาที่นิยมคือ 3 บาท และ 6 บาท

สำหรับหุ้นที่ราคาเข้าหลัก 10 บาทขึ้นไปโอกาสได้เห็นบวกซิลลิ่ง 200% ค่อนข้างยาก และถ้ายิ่งอยู่ช่วงราคา 20 บาทต้นๆ หรือมากกว่านั้นก็อาจไม่มีนักเก็งกำไรสนใจเลยก็ได้ 

8.ราคาหุ้นค่า P/E หรือ P/BV ของหุ้นอื่นที่ทำธุรกิจแบบเดียวกัน

 มูลค่าพื้นฐานของหุ้นตัวอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันจะเป็นตัววัดว่า ราคาหุ้นไอพีโอเข้าใหม่ที่กำลังเคลื่อนไหวแพงไปหรือยัง 

มีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่จะตัดสินตรงๆ ว่า ราคาหุ้นปัจจุบันของตัวที่เข้าใหม่ กับหุ้นอีกตัวที่เคยอยู่ในกระดานมาก่อนต่างกันกี่บาท และจะใช้เป็นตัววัดความน่าลงทุน

แต่นักลงทุนอีกส่วนก็จะวัดด้วยพื้นฐาน อิงจากค่า P/E หรือ P/BV เช่นหุ้นอื่นมีค่า P/E ที่ 15 เท่า ดังนั้นหุ้นไอพีโอที่เข้ามาใหม่ก็จะเข้าสู่เขตอันตรายเมื่อมี P/E เกิน 15 เท่า ในทางกลับกันถ้า P/E ยังต่ำก็น่าสนใจซื้อ  ขณะที่หุ้นบางกลุ่มนิยมวัดพื้นฐานด้วยค่า P/BV ก็มีวิธีการนำไปเทียบแบบเดียวกัน

9.ราคาเปิดในครั้งแรกกับแนวรับต้านจิตวิทยา 

สำหรับคนที่ไม่ต้องการความยุ่งยากหาข้อมูลมากมายให้รกสมอง การเฝ้าสังเกตราคาเปิดในครั้งแรกเมื่อหุ้นลงสู่กระดานนี้อาจเป็นข้อเดียวที่จะเป็นกุญแจสู่กำไรอันรวดเร็วได้ 

โดยกฏมีอยู่ว่า ราคาเปิดต้องเป็นราคาที่สูงกว่าราคาจองเท่านั้น จึงสมควรเสี่ยงเข้าซื้อ ส่วนจังหวะการเข้าซื้อต้องไม่ใช่จังหวะถอยของราคาหุ้น อีกทั้งหลีกเลี่ยงการซื้อหากราคาหุ้นกลับไปเคลื่อนไหวต่ำกว่าจองชัดเจน

และเมื่อซื้อได้แล้วจุดที่ควรตั้งขายคือเลขกลมๆ อันได้แก่ 1 บาทถ้วน, 1.50 บาท, 2 บาทถ้วน, 2.50 บาท, 5 บาทถ้วน, 8 บาทถ้วน 10 บาทถ้วน 20 บาทถ้วนเป็นต้น กรณีซื้อแล้วขาดทุนหลายช่องก็ควรรีบคัตลอสโดยทันที

10. กราฟเทคนิคมีค่า Error สูง

  ต้องจำไว้ว่า หุ้นที่เข้ามาแรกๆ ควรเน้นดู Bid – Offer ประกอบกับสถิติช่วงราคาสะสม มากกว่าดูทรงกราฟ เพราะแม้จะเป็นกราฟ Time Frame ระยะสั้นที่สุดก็ตาม โอกาสที่จะเกิดค่า Error มีสูงมากในระยะแรกๆ

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง : เคล็ดลับการเลือก Trade Setup ที่เหมาะสมของนักลงทุนรายย่อย

0 ความเห็น
0

Related Posts