สินทรัพย์ดิจิทัล

เก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างไรให้ปลอดภัย

โดย admin
0 ความเห็น

หลังจากที่เราเป็นเจ้าของ สินทรัพย์ดิจิทัล แล้วสิ่งที่จะต้องทำต่อไปคือการรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลของเราให้ปลอดภัยจากการถูกโจรกรรมทางออนไลน์จากผู้ไม่หวังดีเพราะเราจะได้ยินข่าวไม่ค่อยดีเรื่องนี้กันอยู่บ่อยครั้ง เช่น ถูกแฮ็คจนเงินหายไปจนหมด เราลองมาดูวิธีการซื้อและจัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลให้มีความปลอดภัยกันว่ามีวิธีใดบ้าง

1. เก็บไว้ใน Hardware Wallet

กระเป๋าเงินอีเล็กทรอนิกส์แบบฮาร์ดแวร์ (Hardware Wallet) ถือเป็นวิธีการเก็บสินทรัพย์ดิจิทัล ที่สะดวกและปลอดภัยที่สุด โดยสามารถใช้ Hardware Wallet จัดเก็บบัญชีสาธารณะ (Public Address) และกุญแจส่วนตัว (Private Keys) แบบออฟไลน์ ได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เนต

รูปร่างหน้าตาของ Hardware Wallet จะคล้ายกับยูเอสบีแฟลชไดรฟ์ เมื่อต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ การซื้อขายแลกเปลี่ยนทั้งหมดจะเกิดขึ้นภายใน Hardware Wallet เท่านั้น ทำให้มั่นใจได้ว่าไม่มีใครที่รู้ Private Keys ของเราแน่นอน โดยผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงได้แก่ Ledger

อย่างไรก็ตาม หากทำ Hardware Wallet หาย สินทรัพย์ดิจิทัลก็จะหายไปเช่นกัน จึงต้องทำการเก็บรักษาเป็นอย่างดี

2. กระเป๋าเงินแบบกระดาษ (Hardware Wallet)

กระเป๋าเงินแบบกระดาษ คือการพิมพ์รายละเอียด Public Address และ Private Keys ในรูปแบบรหัสคิวอาร์โค้ดและนำไปสแกนเมื่อต้องการทำธุรกรรม การเก็บข้อมูลแบบนี้ นอกจากจะเป็นการเก็บข้อมูลแบบออฟไลน์ร้อยเปอเซ็นต์ไม่ต้องกังวลถึงความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นหากกระเป๋าเงินฮาดแวร์ขสูญหายอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้กระเป๋าเงินแบบกระดาษจะช่วยลดความเสี่ยงอันเกิดจากการโจรกรรมและถูกไวรัสโจมตี การดูแลรักษาให้คอมพิวเตอร์ไม่มีไวรัส ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญ เพราะคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีไวรัส จะช่วยให้คุณสามารถสร้างกระเป๋าเงินแบบกระดาษได้อย่างปลอดภัย ก่อนจะนำกระเป๋าเงินแบบกระดาษไปเก็บไว้ในสถานที่ที่ได้รับการคุ้มครอง เพื่อป้องกันความเสียหาย การสูญหายหรือการโจรกรรม

3.เปิดระบบการยืนยันตัวตนแบบ 2 ขั้นตอน (2FA) 

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่นักเทรดจะต้องรู้จักก็คือการยืนยันตัวตน 2 ขั้นตอนหรือ 2FA โดยใช้แอปพลิเคชั่นที่เรียกว่า Google Authenticator ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในระบบการยืนยันตัวตนที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วที่สุด โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้มือใหม่โดยสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบไอโอเอสและแอนดรอยด์

การทำงานของ 2FA ระบบจะผลิตรหัสสำหรับการใช้งานครั้งเดียว เพื่อให้ล๊อกอินเข้าสู่บัญชีแพลตฟอร์มซื้อขาย สินทรัพย์ดิจิทัล ของผู้ใช้งาน แม้จะใช้เวลามากขึ้นสองสามนาทีในการล๊อกอิน แต่ก็คือเป็นสองสามนาทีที่แลกมากับการเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชีของเราเอง

4.ติดตั้ง VPN ปกป้องกันแฮ็กเกอร์

เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวให้แก่บัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล เครือข่ายส่วนตัวเสมือน (Virtual Private Network หรือ VPN) จะทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลได้รับปกป้องผ่านการเข้ารหัส ซึ่งถือเป็นการป้องกันข้อมูลไม่ให้รั่วไหลไปอยู่ในมือของเหล่ามิจฉาชีพและแฮ็กเกอร์

หลักการทำงานคือ ระบบการเชื่อมต่อจะได้รับการปกป้องผ่านการเข้ารหัส และมีการเชื่อมโยงผ่านเซิฟเวอร์ของเครือข่ายส่วนตัวเสมือน ก่อนการเชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะใช้คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต ระบบการป้องกันข้อมูลผ่านการเข้ารหัสจะช่วยปกป้องข้อมูลจากเหล่ามิจฉาชีพ แฮ็กเกอร์ ไวรัสและมัลแวร์ ที่จะเข้ามาดึงสินทรัพย์ดิจิทัลที่เก็บไว้ออกไป

เลือก Exchange ที่ไว้ใจได้

อีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับสินทรัพย์ดิจิทัลของเราก็คือการเลือกเวบเทรดหรือ Exchange ที่ได้มาตราฐานรวมถึงมีไลเซ่นส์หรือใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล โดยประเทศไทยจะมี ก.ล.ต. เป็นหน่วยงานที่ควบคุมดูแลผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัล หากซื้อขายกับ Exchange ที่ไม่ได้รับใบอนุญาตหากมีปัญหาเกิดขึ้นจะไม่ได้รับความคุ้มครอง

สามารถเข้าไปดูรายชื่อผู้ประกอบการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในเวบไซต์ของ ก.ล.ต. ได้เลย

คอนเทนท์ที่เกี่ยวข้อง : Crypto Talk EP1 : รีวิว เวบเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลสัญชาติไทย

Exchange นอกไว้ใจได้ไหม??

แม้ว่า Exchange ที่อยู่ในต่างประเทศจะไม่ได้อยู่ในความคุ้มครองของ ก.ล.ต. แต่ Exchange หลายแห่งก็มีมาตราฐานเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยรวมถึงนโยบายคุ้มครองลูกค้าที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าได้ไม่น้อย

Binance ถือเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายบิทคอยน์ที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัย ISO/IEC 27001และ e CryptoCurrency Security Standard (CCSS) ซึ่งเป็นมาตราฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด จะเห็นได้ว่าไม่เคยมีข่าวการถูกโจรกรรมบิทคอยน์ออกจากบัญชีของ Binance มาก่อน

นอกจากนี้ Binance ยังได้มีการจัดตั้งกองทุน Secure Asset Fund for Users ซึ่งเป็นกองทุนที่ถูกจัดเก็บแยกออกจากบัญชี Hot Wallet ไปอยู่บน Cold Wallet ที่มีความปลอดภัยสูง โดยใช้เงินทุนจัดตั้งมาจากค่าธรรมเนียมการซื้อขายที่เกิดขึ้นบน Binance ซึ่งหากเงินของลูกค้าถูกแฮ็คหรือขโมยไปจากผู้ไม่หวังดี เงินกองทุนดังกล่าวนี้จะเข้ามาช่วยชดเชยความเสียหายให้กับลูกค้า

Binance ยังได้ริเริ่มจัดตั้ง CryptoSafe Alliance (CSA) ซึ่งเป็นการรวมตัวพันธมิตรอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น Exchange,Protocol Blockchain

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ และบริษัท Compliance เพื่อทำงานร่วมกันเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับทรัพย์สินของผู้ใช้งานทุกคนจากผู้ไม่หวังดี

โดยเทคโนโลยีที่นำมาใช้ก็คือ แพลตฟอร์ม CryptoSafe ซึ่งพัฒนาโดย Oasis Labs มีระบบการตรวจจับความผิดปกติที่เกิดขึ้นบนบล็อกเชนแบบเรียลไทม์และยังใช้

อัลกอริธึมในการตรวจจับพฤติกรรมที่น่าสงสัยซึ่งอาจเข้าข่ายการฉ้อโกงและโจรกรรมบิทคอยน์และยังมีการบันทึกจัดเก็บการทำธุรกรรมต่างๆไว้เพื่อตรวจสอบย้อนหลัง

บทความที่เกี่ยวข้อง : รีวิว Binance เวบเทรดสกุลเงินดิจิทัลอันดับหนึ่งของโลก

0 ความเห็น
0

Related Posts